กฏหมายกับปัญหาการล้างสุสานม้ง

355
suabhmong-news-00430

This article contributed by Jinkhou Xiong — jingkhuxiong@yahoo.com

สุสานม้งมีโอกาสถูกรื้ออีกหรือไม่ และถึงเวลาที่สังคมม้งต้องเปลี่ยนวิธีฝังศพให้ถูกต้องตามกฏข้อบังคับหรือยัง

วันนี้เลยอยากจะพูดถึงเรื่องการฝังศพ หรือจะเป็นเรื่องการล้างป่าช้า เพราะเป็นข่าวที่หลายๆท่านพอจะทราบกันดี หรืออาจเคยได้ยินมาไม่มากก็น้อย เพื่อให้สังคมม้งได้ตื่นตัวต่อเรื่องนี้ และอาจนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนาสุสานม้งให้ดียิ่งขึ้น

กระแสการรื้อสุสานได้ก่อความสนใจต่อสังคมม้งในสหรัฐฯขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ Hmong Report ได้รายงานข่าวว่า มีมูลนิธิล้างป่าช้าได้เข้าไปสำรวจสุสานของชาวม้ง เพื่อการขุดหลุมฝังศพเหล่านั้น ที่ศูนย์อพยพบ้านน้ำยาว อ.ปัว และศูนย์อพยพบ้านสบตวง อ.แม่จริม จ.น่าน. {sidebar id=1}

ซึ่งคนม้งในพื้นที่จังหวัดน่านได้เข้าร่วมประชุมกับตัวแทนจาก สมาคมสหพันธ์การกุศล เต็กก่า แห่งประเทศไทย (Federation of Moral Uplifting Societies of Thailand) ที่สภา อบต. ป่ากลาง และชาวม้งได้คัดคานจนแผนการรื้อสุสานม้งได้ถูกยกเลิกไป (ชมวีดีโอการประชุมได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=RUgkn4V73SU)

สำหรับสมาคมฯเต็กก่า ที่มีชื่อย่อว่า “Tekka” ในภาษาอังกฤษ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1939 ที่อำเภอเตี้ยเอี้ย มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และต่อมาได้ขยายเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน สมาคมฯเต็กก่ามีถึง 77 แห่งในไทย และในปี ค.ศ. 1994 สมาคมเต็กก่าได้ขยายเข้าสู่ประเทศ สปป. ลาว ที่แขวงเมืองสุวรรณเขต และปัจจุบันสมาคมมี ถึง 5 แห่งในลาว

ส่วนการรื้อสุสานที่เป็นข่าวไปทั่วโลก คือการรื้อสุสานม้งที่วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี เมื่อปลายปี 2005 และมีคนถ่ายวีดีโอไว้ได้ จนถูกนำไปขยายผลถึงเรื่องการมีเสรีภาพการนับถือศาสนาในประเทศไทย และร้องเรียนต่อองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเลขาธิการสหประชาชาติในขณะนั้นคือนายโคฟี อันนัน ได้รับรู้และขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน และผู้เสนอรายงานพิเศษ (United Nations Special Rapporteur) เข้าไปตรวจสอบปัญหาเรื่องนี้

จนสถานฑูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และคณะฑูตถาวรประจำสำนักงานสหประชาชาติจึงได้ขอความร่วมมือรัฐบาลไทยให้จัดส่งข้อมูลต่างๆ กระทรวงต่างประเทศจึงประสานให้กระทรวงมหาไทยดำเนินการ และกระทรวงมหาไทยจึงออกหนังสือราชการด่วนมากให้จังหวัดสระบุรีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาการบุกรุกและทำลายสุสานของชาวม้ง

ซึ่งครั้งนั้นทางการไทยได้ชี้แจ้งเหตุผลการรื้อสุสานม้งวัดถ้ำกระบอกไว้อย่างน่าสนใจ แต่ยังเป็นที่สงสัยและมีคำถามมากมายต่อหนังสือรายงานดังกล่าว (อ่านรายงานฉบับภาษาไทยได้ที่ http://hrp.cla.umn.edu/assets/pdf/thai.pdf)

เหตุผลสำคัญการชี้แจ้งอยู่ที่ประเด็นที่ 3 ซึ่งมีสาระคำคัญว่า บริเวณที่ฝังศพชาวม้งเป็นพื้นที่เชิงเขา อยู่เหนือต้นน้ำ ก่อให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ซึ่งน้ำจากแหล่งน้ำนี้สามารถไหลไปสู่แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของชุมชนใกล้เคียง และการฝังศพไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาต

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้จะสามารถมีผลกระทบต่อหลุมฝังศพของชาวม้งทางภาคเหนือในอนาคตด้วยหรือไม่ ที่จะนำมาซึ่งการสั่งย้ายหรือรื้อสุสานของม้งในอนาคต เพราะชาวม้งชอบฝังศพตามเชิงเขา และพื้นที่ฝังศพอาจมีบ้างที่อยู่เหนือแหล่งน้ำ

หลายๆกรณีที่ม้งในภาคเหนือฝังศพตามป่าเขา หรือตามไร่สวน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อโฉดนดินฝังหรือฝังตามพื้นที่ของตน แต่อาจเรียกได้ว่าสังคมม้งยังฝังศพตามใจชอบ สืบเนื่องมาจากเหตุที่ม้งมีความเชื่อด้านฮวงจุ้ยอยู่ด้วย

ในอนาคตอาจจำเป็นที่ม้งควรสร้างสุสานของชาวม้งอย่างถูกต้องตามกฏหมาย เพื่อฝังศพอย่างมีระเบียบ และมีเจ้าหน้าที่บริหารดูแลสุสาน หรือจะเปลี่ยนจากการสร้างหลุมศพที่นิยมใช้ก้อนหนิเป็นการใช้ป้ายหนิหรือปูนซิเมนต์ในการก่อสร้างหลุมศพโดยมีข้อมูลส่วนตัวของผู้ตายด้วย

อย่างไรก็ดี พี่น้องม้งควรต้องทำความเข้าใจด้านกฏหมายน่าจะเป็นหนทางการป้องกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการรื้อสุสานม้งอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

©2012 SHIBC NEWS.  ALLRIGHTS RESERVED.